จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

วันเสาร์ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2553

TOKYO SONATA วันที่หัวใจซ่อนเจ็บ

ภาพยนต์เรื่อง TOKYO SONATA วันที่หัวใจซ่อนเจ็บ

เรื่องราวของ “Tokyo Sonata” วนเวียนอยู่ที่ครอบครัวหนึ่งในโตเกียวอันประกอบไปด้วย พ่อผู้เงียบขรึมที่โดนไล่ออกจากงานแต่ไม่กล้าบอกให้คนอื่นทราบ แม่เป็นแม่บ้านที่ไม่เคยใส่ใจความปรารถนาของตัวเอง ลูกชายคนโตเคว้งคว้างจนไปสมัครเป็นทหารไปรบที่อิรัก ส่วนลูกชายคนเล็กก็แอบพ่อแม่ไปเรียนเปียโน เพราะกลัวโดนดุ

สิ่งที่ได้เรียนรู้จากภาพยนต์เรื่องนี้
     ภาพยนต์เรื่องนี้สะท้อนให้เห็นถึงรูปแบบการใช้ชีวิตของครอบครัวในสังคมเมือง ที่มีการแข่งขันกันมากขึ้น จนทำให้ไม่มีเวลามาใส่ใจคนในครอบครัว จึงทำให้เกิดรอยร้าวในความสัมพันธ์ของคนในครอบครัว  ซึ่งดิฉันเชื่อว่าหลายๆครอบครัวในในสังคมปัจจุบันก็เป็นไปในรูปแบบนี้  ซึ่งน้อยมากที่คนในครอบครัวจะเกิดความเข้าใจกัน ทั้งที่ในปัจจุบันเทคโนโลยีมีความเจริญก้าวหน้า เราสามารถติดต่อสื่อสารกันได้อย่างสะดวกสบาย มีช่องทางมากมายในการติดต่อสื่อสาร แต่ทำไมช่องว่างในการปฎิสัมพันธ์กันถึงมีระยะห่างมากขึ้นเรื่อยๆ  ถ้าคนในครอบครัวกล้าที่จะเปลี่ยนแปลงคำว่าหน้าที่ สู่คำว่า ความเข้าใจ เมื่อเกิดปัญหาขึ้นในครอบครัว เลิกวิ่งหนี ยอมรับความเป็นจริง พยายามปรับตัว สมาชิกในครอบครัวเปิดใจเข้าหากัน คงทำให้ผ่านพ้นปัญหาต่างๆไปได้อย่างไม่ยากเย็น
ทฤษฎีสังคม
      ทฤษฎีโครงสร้าง-หน้าที่ (Structural-Functional theory)
ซึ่งเป็นการนำเอาความคิดทางชีววิทยามาใช้ โดยอุปมาว่า โครงสร้างของสังคมเป็นเสมือนร่างกายที่ประกอบด้วยเซลล์ต่างๆและมองว่าหน้าที่ของสังคมก็คือ การกระทำหน้าที่ของอวัยวะส่วนต่างๆของร่างกาย โดยแต่ละส่วนจะช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกันเพื่อให้ระบบมีชีวิตดำรงอยู่ได้ ก็เหมือนกับครอบครัว ถ้าคนในครอบครัวไม่มีปฎิสัมพันธ์กันก็จะเกิดปัญหา ดังนั้นสมาชิกในครอบครัวต้องพึ่งพาอาศัยกันและกัน ดูแลค้ำจุน เห็นอกเห็นใจกัน เปิดใจพูดคุยยอมรับและเชื่อใจกันเท่านั้นหน่วยทางสังคมเล็กๆอย่างสถาบันครอบครัวก็จะมีความแข็งแรงและเป็นภูมิคุ้มกันที่ดีให้กับสมาชิกในครอบครัว
หากเป็นพ่อ
      พ่อต้องทำหน้าที่ดูแลและปกป้องสมาชิกในครอบครัว ต้องมีความเป็นผู้นำ กล้าที่จะเผชิญกับปัญหาต่างๆ ไม่เอาแต่หนีปัญหา  ยอมลดศักดิ์ศรีลงและยอมรับกับสิ่งที่เกิดขึ้น เปิดใจรับฟังและพูดคุยกับภรรยาและลูก บางทีปัญหาที่ว่าใหญ่หนักหนา อาจเล็กแค่นิดเดียวถ้าเดินหน้าเข้าหากันแล้วคุยกันอย่างเปิดใจ
หากเป็นแม่
      แม่ต้องพร้อมที่จะเปิดใจยอมรับพูดคุยกับสมาชิกในบ้าน ทำความเข้าใจกับลูก และให้การสนับสนุนคนในครอบครัวในสิ่งที่ถูกต้อง อยู่เคียงข้างสามีให้กำลังใจซึ่งกันและกัน และพยายามทำให้คนในครอบครัวได้ใช้เวลาอยู่ด้วยกันมากขึ้น 
หากเป็นพี่คนโต
     ต้องพยายามปรับตัวให้เข้ากับสมาชิกในบ้าน ทำหน้าที่เป็นลูกที่ดี ตั้งใจเรียนเชื่อฟังคำสั่งสอนของพ่อแม่ กลับบ้านบ่อยๆเพื่อมาทำกิจกรรมกับครอบครัว พูดคุยกับพ่อแม่ให้มากขึ้นและช่วยพ่อแม่แบ่งเบาภาระครอบครัว เท่าที่จะทำได้
หากเป็นน้องคนเล็ก
     ต้องทำตัวให้เป็นเด็กดี ปรึกษาพ่อแม่ก่อนที่จะตัดสินใจทำอะไรสักอย่าง  และยอมรับฟังเหตุผลของพ่อแม่ไม่เอาแต่ใจตัวเอง แสดงความสามารถที่แท้จริงให้พ่อแม่เห็น และใช้เวลาว่างอยู่กับครอบครัวให้มากๆ
หากเป็นตัวเอง
      ทำหน้าที่ลูกที่ดี ตั้งใจเรียน ให้ความสำคัญกับสมาชิกในครอบครัวทุกคน เมื่อมีปัญหาหรือไม่สบายใจก็พูดคุยกับพ่อแม่ ใช้เวลาว่างอยู่กับครอบครัวให้มากๆ หากิจกรรมทำร่วมกับสมาชิกในครอบครัว กล้าที่จะบอกความรู้สึกและความต้องการของตนเอง ยอมรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะของสมาชิกในครอบครัว ไม่เอาแต่ใจตัวเอง ต้องตัดสินใจอย่างมีเหตุผล รักและคิดถึงครอบครัวให้มากๆ
อื่นๆ
      คนที่เป็นเพื่อนกับพ่อ เป็นอีกคนที่ชีวิตครอบครัวมีปัญหาเหมือนกัน ควรช่วยกันคิดหาทางออกดีกว่าส่งเสริมและแนะนำวิธีการต่างๆในการโกหกภรรยาและคนอื่นๆ ถ้าเขายอมรับสิ่งมี่เกิดขึ้นและเปิดใจคุยกับภรรยาคงไม่ต้องหนีปัญหาโดยการฆ่าตัวตาย
ข้อคิดที่ได้จากภาพยนต์ TOKYO SONATA
      ในสภาพสังคมที่มีการแข่งขัน มักไม่มีช่องว่างสำหรับคนที่แพ้ ทำให้ต้องดิ้นรนเพื่อเอาตัวรอดในสังคมนี้ จนทำให้เราลืมบางสิ่งบางอย่างที่สำคัญไป ไม่มีเวลาหันกลับมามองตัวเอง ให้เวลากับคนรอบข้างน้อยลง การปฎิสัมพันธ์กันของคนในครอบครัวเริ่มมีช่องว่าง ส่วนเล็กๆน้อยๆนี้ค่อยๆขยายมากขึ้นจนทำให้ความสัมพันธ์ของคนในครอบครัวเริ่มสั่นคลอน แต่สุดท้ายแล้วเมื่อสมาชิกในครอบครัวยอมเปิดใจ และยอมรับฟังซึ่งกันและกันมีปฎิสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน เป็นห่วงเป็นใยกัน กล้าที่จะแสดงความรู้สึก ความเข้าใจกัน ก็เป็นสิ่งที่ทำได้ไม่ยากสุดท้ายแล้ว ถึงแม้ว่าเราจะอยู่ที่ไหน แต่ก็ไม่มีที่ใดที่อบอุ่นและรู้สึกปลอดภัยเท่าบ้านเรา บ้านเป็นที่พักพิงเวลาอ่อนล้า เป็นที่ที่ทีกำลังใจเมื่อยามท้อ เป็นที่ที่มีแต่ความรักความผูกพันของคนในครอบครัว
      เพราะฉนั้นรักและให้ความสำคัญกับคนในครอบครัวให้มากๆนะค่ะ ถ้าสมาชิกรักและสามัคคีกัน เปิดใจเข้าหากันเท่านั้นครอบครัวที่เป็นเพียงหน่วยเล็กๆทางสังคมก็มีความสำคัญและเป็นภูมิคุ้มกันชั้นดีเลยทีเดียว
คำถามที่ยังค้างคาใจ
เพราะอะไร สมาชิกในครอบครัวจึงไม่กล้าที่จะเปิดใจคุยกัน
  
อ้างอิง

วันพฤหัสบดีที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

สังคมไทย....กับปัญหาการฆ่าตัวตาย




     "การฆ่าตัวตาย" เกิดขึ้นคู่กับมนุษย์มาช้านาน มีอยู่ในทุกสังคมทุกชนชั้น ซึ่งสามารถสะท้อนเรื่องราวความจริงที่เกิดขึ้นกับคนในสังคมที่ไม่สามารถแบกรับปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นกับตัวเองได้  สุดท้ายก็ต้องจบปัญหาทุกอย่างด้วยการ "ฆ่าตัวตาย"


       การฆ่าตัวตาย (SUICIDE) เป็นพฤติกรรมเบี่ยงเบนประเภทหนึ่ง  ซึ่งมี ความขัดแย้งต่อบรรทัดฐานในสังคมของหลายประเทศ โดยเฉพาะบัญญัติในศาสนาต่างๆ ที่ได้กล่าวถึงฆ่าตัวตายว่าเป็นการ   กระทำที่ไม่สมควรในการปฎิบัติเป็นอย่างยิ่ง
       จากข้อมูลของกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข ระบุว่า สาเหตุการฆ่าตัวตาย สามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ปัจจัยหลัก คือ
       ปัจจัยทางสังคม     ถึงแม้การฆ่าตัวตายของแต่ละคนจะมีสาเหตุและความเป็นมาที่แตกต่างกัน แต่มักมีปัจจัยทางสังคมร่วมกัน เช่น ปัญหาเศรษฐกิจ ปัญหาความรัก สังคมมีความสับสน วุ่นวาย ความรู้สึกโดดเดี่ยวและแปลกแยกถือเป็นสาเหตุสำคัญทางสังคมที่มีอิทธิพล ฃ
       ปัจจัยทางจิตใจ      ผู้คิดฆ่าตัวตายมักมองตนเองว่าเป็นคนไร้ค่า ไม่มีความสามารถ มองสังคมรอบตัวว่าขาดความเป็นธรรม เกิดความรู้สึกท้อแท้ สิ้นหวัง เบื่อหน่ายและเศร้าใจ ผู้คิดฆ่าตัวตายมักเป็นผู้ที่ขาดทักษะในการแก้ปัญหาชีวิต  การตัดสินใจฆ่าตัวตายจึงเป็นเหมือนทางออกเพื่อหนีจากปัญหาที่เขามองไม่เห็นทางแก้ไข
       ปัจจัยทางการแพทย์   การศึกษาทางการแพทย์ พบว่าผู้ฆ่าตัวตายสำเร็จประมาณ 9 ใน 10 มีความเจ็บป่วยทางจิตเวชอย่างใดอย่างหนึ่งขณะทำการฆ่าตัวตาย โดยมีสาเหตุสำคัญคือภาวะซึมเศร้า และการติดสุรา แม้คนส่วนใหญ่จะเข้าใจว่าอารมณ์เศร้าและการติดสุรา  การศึกษาพบว่าอารมณ์เศร้าที่มีอาการรุนแรงหรือที่มีอาการทางจิตร่วมด้วย เช่น มีอาการหวาดระแวง มีสาเหตุส่วนหนึ่งจากกรรมพันธุ์และนักวิทยาศาสตร์ยังตรวจพบการเปลี่ยนแปลงของสารเคมีในสมองของผู้มีอาการซึมเศร้า ซึ่งแสดงถึงกระบวนการทางชีวภาพเราทุกคนสามารถดูแลตนเองให้ห่างจากความคิดฆ่าตัวตายได้ หากเรารู้เท่าทันความรู้สึกของตนเอง และเราทุกคนก็สามารถช่วยเหลือ และร่วมกันป้องกันการฆ่าตัวตายของคนใกล้ชิด คนที่เราห่วงใยได้ โดยเฉพาะคนใกล้ตัว เพียงแค่ใส่ใจดูแล และห่วงใยกัน ตลอดจนมีข้อมูลความรู้ที่จะทำให้เข้าใจถึงสาเหตุของการคิดฆ่าตัวตาย เพื่อการป้องกัน ช่วยเหลือ และดูแลคนที่คุณห่วงใยอย่างถูกทาง
       ภาวะซึมเศร้า  เป็นสาเหตุของการฆ่าตัวตายประมาณร้อยละ 50 โดยเฉพาะในผู้ที่มีอาการรุนแรงและมีประวัติเคยทำร้ายตนเองมาก่อน ปัญหาติดสุราเป็นสาเหตุของการฆ่าตัวตายประมาณ 1 ใน 4 โดยเฉพาะผู้ดื่มสุราที่มีปัญหาสุขภาพร่างกาย ปัญหาชีวิตสมรส ปัญหาในที่ทำงาน  ผู้ป่วยทางจิตเวชที่คิดฆ่าตัวตาย เมื่อรักษาจนภาวะทางจิตดีขึ้น ส่วนใหญ่ความเสี่ยงต่อการฆ่าตัวตายจะลดลง การรักษาที่ถูกต้องจึงมีความสำคัญในการป้องกันการฆ่าตัวตาย และการเจ็บป่วยทางจิตเวชถือเป็นสาเหตุสำคัญของการฆ่าตัวตาย
       สัญญาณอันตรายของผู้ที่เสี่ยงต่อการฆ่าตัวตาย มีดังนี้ 
1 แยกตัว ไม่พูดกับใคร
2. เคยพยายามฆ่าตัวตายมาแล้ว
3. มีแผนฆ่าตัวตายที่แน่นอน โดยดูได้จากแจกจ่ายของรักของหวง พูดจาฝากฝังคนข้างหลัง จัดการงานหรือทรัพย์สินให้เรียบร้อย
4. เวลาพูดมีน้ำเสียงวิตกกังวล สีหน้าเศร้าหมอง
5. ทรมานจากโรคจนต้องพึ่งยารักษาประจำ และนอนไม่หลับติดกันเป็นเวลานานๆ
6. ชอบพูดเปรยๆว่าอยากตาย ไม่อยากมีชีวิตอยู่
7. ประสบปัญหาชีวิต เช่น ล้มละลาย
สูญเสียคนรักกะทันหัน เป็นโรคเรื้อรัง
พิการจากอุบัติเหตุ
8. มีอารมณ์ขึ้นๆลงๆ ที่น่าระวังคือ
เมื่ออารมฌ์เปลี่ยนแปลง
เป็นตรงกันข้าม จากซึมเศร้าหรือหงุดหงิดมานาน กลับดูสบายใจอย่างผิดหูผิดตา ช่วงนี้แสดงว่าเขารวบรวมความกล้าและตัดสินใจแน่นอนแล้วว่าจะฆ่าตัวตาย
          ปัญหาการฆ่าตัวตายในสังคมไทยมีอยู่เรื่อยๆ ซึ่งเราเห็นภาพเหล่านี้บ่อยๆจนชินตา จากข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์หรือโทรทัศน์ ซึ่งก็มีสาเหตุ และวิธีที่แตกต่างกันไป ปัญหาการฆ่าตายในสังคมไทยมีแนวโน้มที่จะเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ถึงแม้ว่าประเทศไทยจะไม่ใช่ประเทศที่มีจำนวนคนที่ฆ่าตัวตายสูงสุด แต่การฆ่าตัวตายของคนไทยก็มีอยู่เรื่อยๆ ซึ่งสามารถสะท้อนให้เห็นว่าจิตใจของคนในสังคมไทยมีความเปราะบางและอ่อนแอมาก ซึ่งสาเหตุของการฆ่าตัวตายนั้นก็หลายสาเหตุรวมๆ กันไม่ได้เกิดจากสาเหตุใดสาเหตุหนึ่งโดยเฉพาะ สาเหตุที่ พบมากคือ การเจ็บป่วยด้วยโรคเรื้อรัง เช่น โรคเอดส์ โรคมะเร็ง ซึ่งผู้ป่วยมักคิดว่าอยู่ไปก็จะเป็นภาระต่อคน ใกล้ชิด หรือไม่ผู้ป่วยก็จะรู้สึกเจ็บปวดทุกข์ทรมานจากโรคจนไม่อยากมีชีวตอยู่อีกต่อไป หลายคนที่คิดฆ่าตัวตายเป็นเพราะรู้สึกเหงา ว้าเหว่ น้อยใจ สับสน โดดเดี่ยว เพราะไม่ สามารถปรับตัวเข้ากับคนในครอบครัว ในโรงเรียน และในที่ทำงานได้ หรือไม่บุคคลนั้นก็กำลังเผชิญ ปัญหาที่เลวร้าย กดดัน และบีบคั้นจนต้องใช้ความตายเป็นทางออกให้หลุดพ้นจากเหตุการณ์นั้นหลายคนอาจ มีปัญหาหนักใจในหน้าที่การงาน ภาระหนี้สิน การดูแลครอบครัว จนไม่อยากจะแบกรับภาระนั้นอีกต่อไป รวมทั้งการสูญเสียคนรัก สูญเสียเกียรติยศ ชื่อเสียง และทรัพย์สิน จนหมดสิ้นความภาคภูมิใจในตนเอง ก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้คนเราคิดฆ่าตัวตายได้

 

      การฆ่าตัวตายไม่ได้ทำให้ทุกอย่างดีขึ้นแต่เป็นการหนีปัญหาและส่งผลกระทบต่อผู้อื่นด้วยเพราะว่าถึงแม้เราจะตายแต่ปัญหาต่างๆก็ไม่ได้คลี่คลายลงแต่หารู้ไม่ว่าการกระทำนั้นได้ส่งผลกระทบต่อใครหลายคน เช่น พ่อ แม่ พี่ น้อง  ญาติ เพื่อนร่วมงานหรือคนในสังคมที่มีความเกี่ยข้องกับเรา ที่ต้องมาแบกรับภาระแทน และเสียใจกับการกระทำของเรา อีกทั้งยังส่งผลเสียต่อประเทศชาติด้วย เพราะการฆ่าตัวตายถือเป็นการสูญเสียทรัพยากรมนุษย์ของชาติโดยเปล่าประโยชน์ และยังส่งผลกระทบเป็นปัญหาสังคมตามมาอีกด้วย











        จากที่กล่าวมาข้างต้นนั้นจะเห็นได้ว่าปัญหาการฆ่าตัวตายเป็นปัญหาที่ใกล้ตัวเรามาก ที่ต้องเอาใจใส่ โดยเฉพาะกับคนใกล้ตัวเพื่อเป็นแนวทางในการป้องกันและแก้ไข โดยที่เริ่มจากตัวเราเองคือต้องมีจิตใจที่เข็มแข็ง เพื่อที่จะช่วยให้ตัวเองรอดพ้นจากสถานการณ์นี้ พร้อมทั้งต้องมีความรู้ ความเข้าใจ เกี่ยวกับสาเหตุ ของปัญหาเพื่อที่จะให้ความช่วยเหลือคนใกล้ตัวเราได้ ในโลกนี้ไม่มีใครที่อยู่โดยปราศจากปัญหา ซึ่งในเวลานี้เป็นช่วงสำคัญที่เราต้องการใครสังคน มาช่วยในการประคับประคองและให้กำลังใจ พร้อมที่จะเอาชนะปัญหาไปพร้อมกับเรา จนสามารถฝ่าฟันวิกฤติไปได้อย่างงดงาม การให้กำลังใจคือคำปลอบใจ คือสายใจต่อชีวิต ให้กับคนที่ท้อแท้สิ้นหวัง ให้กับมามีความหวัง และพลังในการใช้ชีวิตต่อไป 





  ดอกสะมาเรีย   คือสัญลักษณ์ 
 การป้องกันการฆ่าตัวตายของประเทศไทย